ปอมเปโอกล่าวหาจีน “ปั่นกระแสวุ่นวาย” ในอเมริกา

นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวหาจีนเกี่ยวข้องกับการ “ปลุกปั่น” ให้เกิดเหตุรุนแรงทางสังคมภายในประเทศ ผ่านการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นเรื่องสีผิว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่านายไมค์ ปอมเปโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ลงพื้นที่เมืองเมดิสัน เมืองเอกของรัฐวิสคอนซิน เมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นหนึ่งใน “แบตเทิลกราวด์” ของการเลือกตั้งประธานาธิบดี และกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาแห่งรัฐวิสคอนซิน โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ยังคงเน้นโจมตีจีน ซึ่งปอมเปโอกล่าวในตอนหนึ่งว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีน “ปลุกระดม” เหตุรุนแรงทางสังคม ซึ่งเกิดขึ้นที่เมืองมินนีแอโพลิส เมืองพอร์ตแลนด์ และเมืองเคโนชา
 
ปอมเปโอแสดง “หลักฐาน” ที่ว่ารัฐบาลปักกิ่งอยู่เบื้องหลัง คือจดหมายจากนักการทูตชาวจีนคนหนึ่งซึ่งส่งถึงสมาชิกสภาท้องถิ่นของรัฐวิสคอนซินว่า “จีนต่อต้านอย่างถึงที่สุดต่อการแบ่งแยกทางสีผิว และการปลุกปั่นให้เกิดความหวาดกลัวต่อชาวต่างชาติ” โดยเฉพาะกับชุมชนชาวจีนในสหรัฐ เหตุจากวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ที่พบในจีนเป็นประเทศแรก

ทั้งนี้ ปอมเปโอตีความเนื้อหาในจดหมายดังกล่าว ว่ามีวัตถุประสงค์ให้ชาวอเมริกันเชื่อว่า ความโกรธเคืองที่มีต่อจีนในเรื่องวิกฤติโรคระบาด “มีความเชื่อมโยง” กับประเด็นสีผิวในสหรัฐ “ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง” อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดของจีนเกี่ยวข้องโดยตรงกับชาวอเมริกันทุกคนซึ่งเสียชีวิตเพราะโรคระบาดครั้งนี้ นักเรียนที่ไม่สามารถไปโรงเรียนได้อย่างต่อเนื่อง และประชาชนจำนวนมากที่ต้องตกงาน
 
ด้านรัฐบาลปักกิ่งยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการต่อทรรศนะของปอมเปโอ ส่วนเนื้อหาตอนหนึ่งจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวต่อสมัชชาสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ผู้นำสหรัฐยังคงประณามจีนในประเด็นวิกฤติสาธารณสุขจากโรคโควิด-19 ทั้งปกปิดข้อมูลและ “ครอบงำ” องค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) และเรียกร้องยูเอ็น “จัดการ” รัฐบาลปักกิ่งในเรื่องนี้ และการที่จีน “เป็นตัวทำลายสิ่งแวดล้อม” ด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและทิ้งขยะจำนวนมหาศาลลงทะเล ซึ่งจีนตำหนิทรัมป์ว่า “เป็นตัวแพร่ไวรัสการเมือง”